กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทเป็นไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ 5 พื้นที่ ใน 3 จังหวัดรับมือ
วันที่ 4 ตุลาคม 2567 รายงานข่าวจากกรมชลประทานระบุว่า วันนี้ ( 4 ต.ค. 67) เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได จากอัตรา 1,947 ลบ.ม./วินาที จนถึงอัตราไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึงเวลา 09.00 น. ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ดังนี้
1. คลองโผงเผง จ.อ่างทอง
2. คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
3.ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)
4. วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี และ อ.เมือง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
5. วัดไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ระบุว่า ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน ต.ค. 67 ฝนภาคเหนือและอีสานจะลดลง ขยับลงมาตกในพื้นที่ภาคกลางและใต้ เร่งวางแผนทุกลุ่มน้ำเพิ่มพื้นที่รองรับฝนปลายฤดู พร้อมยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงในการเกิดพายุช่วงฤดูฝนนี้อีก 1 ลูก ในเดือนตุลาคมนี้
ทางด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขังแม่น้ำปิง ช่วงวันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2567
เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง และแม่น้ำสาขาเพิ่มสูงขึ้นมีแนวโน้มล้นตลิ่ง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ บริเวณ อ.เมือง บริเวณ ต.ช้างคลาน ป่าแดด หายยา ช้างม่อย วัดเกต ช้างเผือก หนองหอย ท่าศาลา ฟ้าฮ่าม ป่าตัน สันผีเสื้อ และหนองป่าครั่ง อ.สารภี บริเวณ ต.หนองผึ้ง และท่าวังตาล โดยเฉพาะ บริเวณ สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ระดับน้ำมีแนวโน้มล้นตลิ่ง โดยจะมีระดับน้ำสูงสุดในวันที่ 4 ต.ค. 2567 ประมาณ 0.75 – 1.00 ม.
จึงขอให้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นและเตรียมรับมือจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณริมแม่น้ำปิงและแม่น้ำสาขา รวมทั้งแจ้งเตือนล่วงหน้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

