ในปีที่ผ่านมา Meta ได้เปิดตัวชิป AI ใหม่ที่ออกแบบร่วมกับ TSMC เพื่อใช้ในการฝึกอบรมและการทำ Inference สำหรับระบบแนะนำเนื้อหาบนแพลตฟอร์มของตนเอง รวมถึง Facebook และ Instagram ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความต้องการในการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการพัฒนาระบบ AI ที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยชิปดังกล่าวจะมีการทดสอบในวงจำกัดก่อนขยายการผลิตเพื่อใช้งานในอนาคต
ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหันมาพัฒนาชิป AI ของตนเอง
ในสองปีที่ผ่านมา Microsoft, Google, Amazon, และ Meta ได้เริ่มพัฒนาและออกแบบชิป AI ของตนเองเพื่อใช้ในการเทรนและพัฒนาโมเดล AI ภายในบริษัท แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ผู้เล่นรายใหญ่ต้องการลดความพึ่งพาบริษัทภายนอก เช่น Nvidia ที่เคยเป็นผู้จัดหา GPU สำหรับเทรนโมเดล AI ให้กับหลายบริษัทใหญ่ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาชิปเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย เพราะมีปัญหาหลายประการในการออกแบบและการผลิต ซึ่งทำให้หลายบริษัทต้องยกเลิกแผนการพัฒนาไป
การพัฒนาชิป AI ของ Meta และความร่วมมือกับ TSMC
Meta ได้ทำงานร่วมกับ TSMC ในการออกแบบและผลิตชิป AI สำหรับงาน Inference ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยชิปนี้ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการจัดการเวิร์กโหลดด้าน AI โดยเฉพาะ ทำให้สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานได้ดีกว่าชิป GPU แบบเดิมๆ ที่ใช้ในงาน AI ทั่วไป ชิปนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของชุดผลิตภัณฑ์ Meta Training and Inference Accelerator (MTIA) ที่เคยเปิดตัวไปหลายปีก่อน แต่เพิ่งมีการประกาศความคืบหน้าในปีนี้
การใช้ชิป MTIA ในระบบแนะนำของ Meta
Chris Cox, หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Meta, ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการใช้ชิป MTIA ในการทำ Inference สำหรับระบบแนะนำเนื้อหาบน Facebook และ Instagram ว่าเป็นการพัฒนาไปทีละขั้นและเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาชิป AI ของบริษัท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Meta ต้องหันไปซื้อ GPU จาก Nvidia มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในปี 2022 สำหรับใช้ในการเทรนโมเดล AI และพัฒนาระบบแนะนำโฆษณา
เป้าหมายระยะยาวของ Meta ในการลดต้นทุน AI
การพัฒนาชิป AI ของตัวเองถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของ Meta ที่จะลดต้นทุนในการลงทุนด้าน โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีมูลค่าสูงถึง 6.5 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยในขั้นตอนนี้ Meta กำลังอยู่ในกระบวนการทดสอบชิป AI ในวงจำกัด หากการทดสอบประสบความสำเร็จ บริษัทจะขยายการผลิตเพื่อใช้งานในระยะยาว ซึ่งถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด AI

ข้อมูล/ภาพ : thairath