CPANEL ร่วมกับแสนสิริ ตรวจสอบโครงสร้าง Dcondo Shine Rungsit ย้ำคุณภาพ Precast ทนแผ่นดินไหว

บริษัท CPANEL จับมือ แสนสิริ พร้อมทีมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอาคารชุด Dcondo Shine Rungsit หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อประเมินความปลอดภัยของผู้พักอาศัย ยืนยันคุณสมบัติ Precast Concrete ที่ผลิตด้วยระบบ Fully Automated Precast แข็งแรงและสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท CPANEL จับมือ แสนสิริ พร้อมทีมวิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอาคารชุด Dcondo Shine Rungsit

CPANEL ร่วมมือแสนสิริ ประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร

นาย ชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) หรือ CPANEL เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับ แสนสิริ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เพื่อนำทีมวิศวกรเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคาร Dcondo Shine Rungsit ทั้งภายในและภายนอกอย่างเร่งด่วน การตรวจสอบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย

CPANEL ร่วมมือแสนสิริ ประเมินความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร

เทคโนโลยี Fully Automated Precast เสริมความแข็งแกร่ง

โครงสร้างอาคารชุดดังกล่าวใช้ Precast Concrete ซึ่งผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ Fully Automated Precast ทำให้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปมีความแข็งแรงสูง และสามารถทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ดี CPANEL ได้ออกแบบและผลิต Precast Bearing Wall สำหรับอาคารชุดแห่งนี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพของโครงสร้างอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาย ชาคริต ระบุว่า “หัวใจสำคัญของการออกแบบอาคารให้สามารถรับมือกับแผ่นดินไหวได้ คือ การพิจารณาพฤติกรรมของโครงสร้างโดยรวม ควบคู่กับการออกแบบให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร ตลอดจนการควบคุมการก่อสร้างโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน ซึ่ง CPANEL Precast ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ตามมาตรฐานที่กำหนด”

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและแนวโน้มอนาคต

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงสร้างที่แข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอาคารสูงและโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง Precast Concrete ที่ผลิตด้วยระบบอัตโนมัติแบบ Fully Automated Precast ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในอนาคต