สรวงศ์ เผยเตรียมคิกออฟ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” 1 พ.ย. ททท.ออกให้ครึ่งหนึ่ง เกณฑ์ 800 บาท มุ่งกระตุ้นท่องเที่ยวภาคเหนือหลังน้ำลด เผยหากประสบผลสำเร็จจ่อของบฯ ครม.เพิ่มเติม
วันที่ 13 ตุลาคม 2567 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาย้ำถึงแคมเปญ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ ว่าจากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้นำข้อมูลเพื่อมาแก้ไขปัญหา ซึ่งบางส่วนใช้งบฯ ของกระทรวง และบางส่วนต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบ
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเสนอโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่ง โดยจะมีการคลิกออฟได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ผู้ประกอบการเตรียมที่จะฟื้นฟูและกลับเข้าสู่สภาพเดิมให้ได้
โครงการนี้ยังรวมไปถึง 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยทาง ททท.จะออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 800 บาท และนักท่องเที่ยวออกเองอีกครึ่งหนึ่ง (รัฐออกให้ 400 บาท และนักท่องเที่ยวออกเอง 400 บาท)
ทั้งนี้ หากประสบผลสำเร็จ ก็จะมีการเสนอของบประมาณจาก ครม.อีกครั้งหนึ่ง แต่การดำเนินการในครั้งนี้จะใช้งบประมาณของ ททท.ไปก่อน โดยจะพยายามอย่างยิ่งที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานลอยกระทงที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดมีความพร้อม
ส่วนการเตรียมมาตรการอื่น ๆ เช่น การปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เรื่องนี้เตรียมที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่จากการรับฟังจากผู้ประกอบการหลายส่วน มีข้อเสนอแนะว่ายังมีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เข้าถึงยาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก จึงต้องมีการกลับมาปรับแก้กันในเร็ว ๆ นี้ เพื่อที่จะปรับแก้ไขให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึงในแคมเปญนี้ ซึ่งยังไม่สามารถที่จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้ได้ เพราะมีบางจุดที่จะต้องนำกลับมาแก้ไขและเปลี่ยนแปลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันอังคารที่ 15 ต.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (คอส.) เพื่อติดตามสรุปสถานการณ์ของ ศปช. รวมทั้งแผนการในการฟื้นฟูทั้งทางด้านกายภาพและการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบอุทกภัย ทั้งการท่องเที่ยวและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องติดตามว่าจะมีการเห็นชอบมาตรการใดออกมาหรือไม่

ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติ
