“ณัฐพงษ์” ประเดิมพื้นที่บางแค Kick Off แคมเปญ “เท้งทั่วไทย” ขอเดินสายพิสูจน์ตัวเองทั่วประเทศ ชี้พื้นที่บางแคเป็นจุดเริ่มต้นก้าวสู่วงการเมือง ลั่นจะทำให้เห็น ไม่ว่าเป็น “รัฐบาล” หรือ “ฝ่ายค้าน” ก็ทำงานให้ประชาชนได้
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 29 ก.ย. 2567 ที่ชุมชนรวมใจริมคลอง เพชรเกษม 62/1 กทม. พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย สส. และทีมงานพรรคประชาชน ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ชุมชนรวมใจริมคลอง หมู่ 3 (เพชรเกษม 62/1) ย่านบางแค โดยเป็นการลงพื้นที่สอบถามปัญหาชาวบ้าน และเปิดโต๊ะเจรจากับผู้นำชุมชน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่สะท้อนว่ามีปัญหาเรื่องทางสัญจร ไฟส่องสว่างที่ไม่เพียงพอในช่วงกลางคืน
โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสแรก หลังจากที่ยุบพรรคก้าวไกลเดินทางมาสู่พรรคประชาชน ตนต้องเริ่มออกเดินทางทั่วทั้งประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวปัญหา สอบถามสารทุกข์สุกดิบของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ซึ่งพื้นที่บางแคนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเข้าสู่เส้นทางการเมือง เขตบางแคเป็นเขตที่เหนียวแน่นของพวกเรา วันนี้จึงไปหลาย ๆ จุด
โดยตั้งแต่ช่วงโควิด-19 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็เคยมาช่วยเหลือ วันนี้ก็ได้เห็นปัญหา ทางยังเป็นหลุมเป็นบ่อ ตนเชื่อว่าการที่เราเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่สนว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจะเป็นบทพิสูจน์ว่าการอาสามาเป็นผู้แทนราษฎรทำให้เกิดประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้จริง
นายณัฐพงษ์ยังประกาศ Kick Off เปิดแคมเปญ “เท้งทั่วไทย” พบปะประชาชนทั่วประเทศ ถือโอกาสการลงพื้นที่วันนี้เปิดแคมเปญเป็นวันแรก และขอขอบคุณชาวบางแค ที่ตนเคยรับใช้ในฐานะ สส.เขตแล้ว แล้วต่อจากนี้ก็จะเดินหน้าทั่วประเทศ
“และนี่จะเป็นวิธีการทำงานของพวกเราหลังจากนี้นะครับ อีก 2-3 ปี ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุก พยายามส่งมอบทุกอย่างให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้เป็นรูปธรรม ครั้งต่อไปการเลือกตั้งพวกเราก็พร้อมที่จะเดินหน้าเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับทุกคน วันนี้ก็เป็นการเปิดแคมเปญเท้งทั่วไทย ที่ 1 ปีหลังจากนี้ผมจะเดินทางรอบทั้งประเทศ” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นิด้าโพลเผยผลสำรวจความนิยมทางการเมืองไทยไตรมาส 3 สนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นอันดับ 1 ส่วนตนอยู่ในอันดับที่ 3 ว่า เรื่องของผลโพลเป็นเรื่องปกติ เรารับรู้เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นอุปสรรคหรือทำให้เสียกำลังใจแต่อย่างใด บริบททางการเมืองที่ผ่านมาผลโพลมีทั้งขึ้นและลง ขึ้นอยู่กับว่าสำนักใดเป็นผู้สำรวจด้วย เชื่อว่าวิธีการที่จะทำให้คะแนนนิยมเรามั่นคงยิ่งขึ้น ดีวันดีคืน ไปจนถึงการเลือกตั้งปี’70 คือการทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าคะแนนนิยมตก เพราะเป็นการอภิปรายในสภาของ สส. ในเรื่องของการจี้รับรองชาวเมียนมาหนีสงคราม หรือการนำค่ายทหารไปทำที่ทิ้งขยะ จนทำให้ทัวร์ลงด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน การที่ สส.ของพรรคออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา ทำความเข้าใจ รวมถึงการทำงานพื้นที่อย่างใกล้ชิดประชาชนน่าจะเป็นส่วนสำคัญมากกว่า
ส่วนอีกปัจจัยที่อาจทำให้คะแนนนิยมตก คือสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดการยุบพรรคที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าในหลายพื้นที่ที่ตนไป ยังไม่ทราบข่าวสารของพรรคประชาชน “บางคนยังไม่ทราบเลยว่าผมมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนแล้ว” หน้าที่ของพวกเราต่อจากนี้คือการเข้าหาประชาชน ทำงานในพื้นที่ เพื่อทำให้ประชาชนรับทราบข่าวสารอย่างทั่วถึง
เมื่อถามว่าที่คะแนนนิยมตกเป็นเพราะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ส่วนตัวพร้อมเดินหน้าทำงานต่อเต็มที่ เพื่อพิสูจน์การทำงานต่อจากนี้อีกสองปี เชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาชนจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาเลือกเราอย่างไม่มีผลงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคต้องสื่อสารกับพรรคว่าเราต้องทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ทิ้งพื้นที่ ต้องทำผลงานให้เป็นรูปธรรมให้ได้
เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้าอาจจะมีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะมีการวางการทำงานหลังจากนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่าคงทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขันเช่นเดิม และจะขอใช้เวลาส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการลงพื้นที่พบประชาชนทั้งประเทศ และจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน ในขณะเดียวกัน ในการทำหน้าที่ในสภาก็ยังไม่ทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายงบประมาณ การอภิปรายไว้วางใจ ก็ยังต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอยู่เหมือนเดิม
ส่วนในการประชุมสภาสมัยหน้ามีการเปิดอภิปรายหรือไม่นั้น นานณัฐพงษ์ระบุว่า ตอนนี้ข้อมูลเข้ามาหลายด้าน รวมถึงนโยบายของรัฐ มีหลายกรณีที่เริ่มหลุดเข้ามาแล้ว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจจะมีการยื่นญัตติอภิปรายไว้วางใจในช่วงต้นปีหน้าภายในไตรมาสแรก แต่ยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการเปิดการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ขณะนี้มีการหารือภายในพรรคอยู่ ระหว่างการขอข้อสรุปจากที่ประชุม สส.ในพรรค อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าจะขอเปิดไปก่อน
ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติ
