ทำความรู้จัก นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลแพทองธาร 1
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2504 ปัจุบันอายุ 63 ปี คู่สมรส คือ นางธัญยธรณ์ นริพทะพันธุ์
จบการศึกษา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติการทำงาน
พ.ศ.2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ.2566 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
พ.ศ.2564 รองประธานยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย
พ.ศ.2563 รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
พ.ศ.2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
พ.ศ.2551 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. 2554 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
ประวัติส่วนตัว-เป้าหมายทำงาน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นนักการเมืองและนักธุรกิจ วัย 63 ปี ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31
เส้นทางการเมืองเริ่มต้นจากเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และอัญมณี ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วงการการเมืองอย่างเต็มตัว และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ด้วยเส้นทางและประสบการณ์ที่ได้รับยอมรับ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย และล่าสุดตำแหน่งรองประธานยุทธศาสตร์และการเมืองของพรรคความเชี่ยววชาญ ด้านเศรษฐกิจและการค้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ได้รับพิจารณาให้ดูแลในตำแหน่งล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
พร้อมกันนี้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ จะสานต่อนโยบายของนายภูมิธรรม เวชชัย โดยมีทั้งหมด 7 นโยบายสำคัญอัน ได้แก่
1. นโยบายลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพิ่มทางเลือกในการบริโภคและการกระจายสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม พร้อมทั้ง เชื่อมโยงกับนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ทักษะเพื่อให้เกิดอาชีพและรายได้ ขยายโอกาสเพิ่มช่องทางการค้าใหม่ๆ
2. บริหารให้เกิดความสมดุลระหว่างประชาชนผู้บริโภคเกษตรกรผู้ผลิต และผู้ประกอบการภาคธุรกิจ ให้ทุกฝ่ายสามารถดำรงชีวิต ดำเนินธุรกิจไปได้ สร้างผลประโยชน์ที่ได้รับด้วยกันทุกฝ่าย โดยจัดการสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ช่วยแก้ปัญหาเชิงรุกรวมถึงจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพดีและราคาเป็นธรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะความรู้และขีดความสามารถด้านการตลาด
3. การทำงานเชิงรุกและบูรณาการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ พร้อมวางแผนยุทธศาสตร์หรือการบริหารจัดการสินค้าอย่างครบวงจร เพิ่มบทบาท พาณิชย์คู่คิด SME ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กให้สามารถส่งออกได้
4. แก้ไขข้อจำกัดของกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมายเก่าที่ล้าสมัยเป็นอุปสรรคทางการค้าเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ
5. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล wallet ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อมโยงข้อมูลช่องทางการตลาดและส่งเสริมร้านค้าอำนวยความสะดวกการเข้าถึงของประชาชน
6. เร่งขยับตัวเลขการส่งออก เปลี่ยนจากติดลบให้เป็นบวก สร้างกระแสโดยการใช้ประโยชน์จาก Soft Power แก้ไขปรับปรุงพัฒนาร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อการค้าชายแดนและข้ามแดน ผลักดันการสร้างระบบนิเวศและยกระดับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย
7. เร่งเจรจาเขตการค้าเสรีให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้เทียบเท่าประเทศคู่แข่ง อาทิ เวียดนาม รวมถึงมุ่งผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก FTA การปรับตัวเพื่อรองรับและส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย ในมาตรฐานความยั่งยืนที่เป็นกรอบกติกาใหม่ของโลก โดยสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ประกอบการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ในประเทศนำผลการเจรจามาสื่อสารทำความเข้าใจ
อย่างไรก็ดี ยังต้องเผชิญความคาดหวังสูงในการกระตุ้นและการลงทุนรวมถึงการสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจความสำเร็จในบทบาทนี้จะไม่เพียงส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองแต่ยังมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาพรวมอีกด้วย
