แพทองธาร มั่นใจ ครม.ทีมดีมาก เดินหน้าแถลงนโยบายกลางกันยายน

“แพทองธาร” โชว์ “ทีมที่ดีมาก ๆ” เตรียมทูลเกล้าฯ โผรายชื่อ ครม.ใหม่ หลังตรวจคุณสมบัติเข้ม 15 วัน จาก สลค. สำนักงานกฤษฎีกาคณะใหญ่ “มีชัย” ตอบคำถามรัฐบาล 10 ประเด็น ก่อนส่งคืนเลขาธิการนายกฯ คาดทูลเกล้าฯ ได้ 4 ก.ย. เดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ แถลงนโยบายกลาง ก.ย.นี้ เผยโผทีมรัฐมนตรีล่าสุด “2 พิชัย” คุมทีมเศรษฐกิจคลัง-พาณิชย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขึ้นทูลเกล้าฯ ได้วันที่ 4 กันยายน 2567 หลังการตรวจคุณสมบัติใช้เวลา 15 วัน จากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักงานกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว

หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้ว จะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คาดว่า ครม.ชุดใหม่จะได้เริ่มเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นต้นไป

ซึ่งเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 แล้ว ยังต้องไม่สุ่มเสี่ยงที่จะขัด “มาตรฐานทางจริยธรรม” ด้วย

ดังนั้น ตามขั้นตอนการตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรี ตามปกติจะเป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาตลอด อันเป็นไปตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี 2559

ข้อ 2 (1) ดําเนินการเกี่ยวกับราชการของคณะรัฐมนตรี และ (4) ประสานราชการกับกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีในรัฐบาลแพทองธารครั้งนี้ มีการประสานกับหน่วยงานอื่นเพิ่มขึ้น อาทิ คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ป.ป.ช.-กฤษฎีกา ร่วมเช็ก

“นิวัติไชย เกษมมงคล” เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ส่งมาให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบโดยเราจะรายงานว่ามีเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหรือไม่ แต่จะขาดคุณสมบัติหรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช.

โดย ป.ป.ช.จะระบุเพียงแค่ว่า รายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีมีเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหรือไม่ เขากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ชี้มูล รวมไปถึงแจ้งว่าศาลยังไม่ได้พิจารณาคดีมีความจำเป็นต้องแยกแยะ เพราะใครก็สามารถที่จะถูกร้องมาที่ ป.ป.ช.ได้

“หากตรวจสอบแล้วไม่มีมูลความผิด ถือว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิด ดังนั้น มันจึงเป็นฐานข้อมูลที่เราแจ้งให้ทราบ ส่วนจะนำข้อมูลไปใช้เป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นิวัติไชยกล่าว

ด้านการตรวจสอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าถูกส่งไปถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 (กฎหมายการเมืองการปกครอง ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ผู้ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ 2560 ช่วยตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งในคณะนี้มีนายวิษณุ เครืองาม รวมอยู่ด้วย

“ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกากล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีว่า สลค.ได้ส่งเรื่องมายังคณะกรรมการกฤษฎีกา และมีการตั้งประเด็นคำถามเกี่ยวกับลักษณะผู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ของพนักงานอัยการ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอยู่ระหว่างการเตรียมคำฟ้อง จะมีการวินิจฉัยอย่างไร และขัดหรือไม่ขัด

ซึ่งทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการให้ความเห็นตามประเด็นที่ถามมาประมาณ 10 กว่าประเด็น ในภาพรวม แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบเป็นรายบุคคล เนื่องจากตนไม่ได้เห็นรายชื่อเป็นรายบุคคล และไม่ทราบว่ามีทั้งหมดกี่ราย

“คณะกรรมการกฤษฎีกาดูเพียงประเด็นที่สอบถามมาเท่านั้น ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด เนื่องจากหากจะลงรายละเอียดจะต้องดูข้อเท็จจริงเยอะ ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนไปยังคณะ ป.ป.ช.แล้ว และอยู่ระหว่างการไต่สวน ยังไม่ได้มีการชี้มูล เราก็ไปตัดสินว่าเขาผิดไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ขนาดนั้น ถือเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการถูกกล่าวหา จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ว่ามีการกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกฤษฎีกาได้แนะนำกลับไปว่า จะต้องมีการดูรายละเอียดเป็นกรณีไป”

“คณะกรรมการกฤษฎีกามีหน้าที่เพียงให้ความเห็นประกอบกับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี ส่วนอำนาจในการตัดสินวินิจฉัยเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนการถูกร้องไปที่ ป.ป.ช.แล้วจะเหมารวมว่ามีมลทินก็ไม่แฟร์กับผู้ที่ถูกร้อง เพราะบางเรื่อง ป.ป.ช.ก็ไม่ได้มีการชี้มูลจึงต้องดูรายละเอียดเป็นกรณีไป ซึ่งกระบวนการร้องเรียนในประเทศไทยทำได้ง่าย ร้องเรียนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องห่วง จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลจึงจะเป็นข้อยุติ” นายปกรณ์กล่าว

ส่วนรัฐมนตรีบางรายที่จะไม่มีปัญหาเหมือนกรณีของนายพิชิต ชื่นบาน ใช่หรือไม่ “ปกรณ์” กล่าวว่า “เป็นเรื่องของศาล การบริหารราชการแผ่นดินยึดความซื่อสัตย์สุจริตในส่วนของเรา คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ถ้าเราสุจริตจริงก็ไม่มีปัญหา”

นายกฯ พร้อมเช็กชื่อรอบสุดท้าย

วันที่ 3 กันยายน 2567 ที่อาคารชินวัตร 3 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีการวางตำแหน่งเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ และมีการเตรียมที่จะลงนามเพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง ว่ายัง แต่คิดว่าวันนี้จะเริ่มให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่งไปตามขั้นตอน

เมื่อถามย้ำว่าวันนี้นายกฯ สามารถลงนามในรายชื่อคณะรัฐมนตรีได้เลยหรือไม่ นางสาวแพทองธารกล่าวว่า “วางแผนไว้อย่างนั้น ส่วนขั้นตอนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ จะต้องมีการประสานอีกครั้ง”

เมื่อถามว่ายึดหลักอะไรในการฟอร์มคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ นางสาวแพทองธารกล่าวว่า คิดว่าอยากเห็นอะไรมากกว่า ในผลงานและในตัวคนที่เลือกมา จริง ๆ แล้วคนที่เลือกมา หรือคนที่ไว้คงเดิมก็ตาม ก็เห็นศักยภาพอยู่แล้ว และรู้สึกว่าใครพร้อมทำงาน ซึ่งหลังจากที่ตนอยู่ในพรรคเพื่อไทยมาประมาณ 3 ปีก็เห็นแล้วว่าแต่ละคนประมาณไหน อย่างไร

“จริง ๆ แล้วก็อยากชนะเหมือนที่ตอนคุณพ่อ (นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ชนะมาได้เสียงถึง 377 เสียง จะได้ให้ทุกคนมีทุกตำแหน่ง แต่ก็ได้แค่ประมาณหนึ่ง จึงต้องช่วยกัน ของพรรคอื่นก็มีด้วย ให้ทุกคนได้แสดงความสามารถ” น.ส.แพทองธารกล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะบอกอะไรกับประชาชนเพื่อให้มั่นใจในตัวนายกรัฐมนตรีวันนี้ นางสาวแพทองธารกล่าวว่า “นายกรัฐมนตรีคนนี้มีทีมที่ดีมาก ๆ”

เพื่อไทยตรวจคุณสมบัติเพิ่ม

“ชูศักดิ์ ศิรินิล” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มือกฎหมายคนสำคัญของพรรคกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เท่าที่ติดตามคณะทำงานที่รับผิดชอบได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตรวจสอบ ว่าผู้ใดถูกร้อง และโดนร้องเรื่องอะไร และขั้นตอนไปถึงไหน ซึ่งเรื่องนี้ทางเลขาฯ ป.ป.ช.ได้มีการแถลงไปแล้ว และส่งกลับมายังคณะทำงาน เพื่อพิจารณาและนำรายชื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่อไป

อะไรที่ผ่านมาที่วิตกกังวลกัน ทั้งในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เรื่องจริยธรรมเหล่านี้ จะต้องมีคำวินิจฉัยชี้ขาด และต้องได้รับการชี้ขาดจาก ป.ป.ช. แต่เข้าใจว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น

“ส่วนตัวสันนิษฐานว่าเรื่องเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุดและยังไม่ได้ข้อยุติ วันดีคืนดีใครร้องว่าเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไปร้อง ระบบราชการ ระบบ ป.ป.ช.ก็รับเรื่อง ส่วนจะผิดไม่ผิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นี่เป็นดุลพินิจ ไม่ได้ชี้ว่าใครขาดจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ความถูกต้องชอบธรรม ถ้าใครถูกร้อง แล้วท้ายสุดไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ผมว่าเอาไปเอามาก็จะไม่ได้รับการแต่งตั้งกันทั้งหมด เช่นร้องไปสัก 20 คน คนเหล่านี้จะไม่ได้รับการแต่งตั้งเลย ถ้าเราคิดอย่างนั้น”

ส่วนฝ่ายรัฐบาลมีการนำกูรูด้านกฎหมายอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายวิษณุ เครืองาม มาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความราบรื่นนั้น นายชูศักดิ์กล่าวว่า “เพื่อความรอบคอบ แต่ไม่ทราบว่าท้ายที่สุดเกณฑ์การตรวจสอบอย่างไร ส่วนตัวมองว่าตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยและคำพิพากษาว่าเขาผิด เราก็สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเขาบริสุทธิ์ ไม่งั้นประเทศจะเดินไม่ได้”

การตรวจคุณสมบัติละเอียดยิบป้องกันไม่ให้ “แพทองธาร” เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยรัฐบาลเศรษฐา ในช่วงที่มี “นักร้อง” ใช้เกมนิติสงครามจ้องล้มรัฐบาลทุกจังหวะการเมือง

โผ ครม.ล่าสุด

สำหรับรายชื่อคณะรัฐมนตรี ‘แพทองธาร1’ ที่คาดว่าจะได้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลนางสาวแพทองธาร

ประกอบด้วย 1.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม 2.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม 3.นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง 4.นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 5.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข

6.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 7.นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม 8.นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ 9.นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ 10.นางสาวจิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

11.นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 12.นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม 13.นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม 14.นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง 15.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง 16.นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย

พรรคภูมิใจไทย 17.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย 18.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 19.นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย 20.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน 21.นางศุภมาส อิสรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 22.พล.ต.อ.เพิ่มพูล ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ 23.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ 24.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์

พรรคร่วมไทยสร้างชาติ 25.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน 26.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม 27.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ 28.พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม

กลุ่ม ธรรมนัส 29.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 30.นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ 31.นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์

ประชาธิปัตย์32.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 33.นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข

พรรคชาติไทยพัฒนา 34.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พรรคประชาชาติ 35.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม