Gen Z ทำไมถึงถูกตัดสิน?

เมื่อคนรุ่นใหม่กลายเป็นเป้าแห่งคำวิจารณ์เรื่องพฤติกรรม การทำงาน และความคิด

ในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีก้าวหน้า และแนวคิดทางสังคมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z กลับกลายเป็นกลุ่มที่ถูกเพ่งเล็ง ถูกตัดสิน และถูกตีตราจากคนรุ่นก่อน ว่า “ไม่อดทน ขาดความรับผิดชอบ ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ไม่ตั้งใจทำงาน” คำถามก็คือ… มันเป็นความจริงหรือเป็นเพียงภาพจำที่สังคมสร้างขึ้น?

Gen Z คือ

Gen Z คือ?

Gen Z (เจนซี) คือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี ประมาณ 1997-2012 ซึ่งเติบโตมาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล สื่อออนไลน์ การเมืองแบบไร้พรมแดน และวิกฤตโรคระบาด พวกเขาไม่ได้มีเพียงแค่ “พฤติกรรมที่แตกต่าง” แต่ยังมี โลกทัศน์และค่านิยมที่ต่างไปจากรุ่นก่อนแบบสิ้นเชิง


ทำไม Gen Z ถึงถูกมองว่า “อ่อนแอ ไม่อดทน”?

หลายคนเคยได้ยินวลีอย่าง “เจนซีทำงานไม่ได้นาน” หรือ “เจนซีลาออกเพราะเจ้านายไม่ชม” ซึ่งสะท้อนภาพจำในสังคมว่า Gen Z ขาดวินัยและความอดทน ทั้งที่ความจริงแล้ว…

  • Gen Z เติบโตในยุคที่งานไม่ได้การันตีความมั่นคงอีกต่อไป
  • พวกเขาเห็นคนรุ่นพ่อแม่เหนื่อยแทบตายแต่ไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง
  • โลกใบนี้สอนให้รู้ว่า “สุขภาพจิต” และ “คุณค่าในตัวเอง” สำคัญพอ ๆ กับเงินเดือน

ดังนั้น เมื่อพวกเขาเลือกจะลาออก หรือเปลี่ยนที่ทำงาน นั่นอาจไม่ใช่เพราะ “ไม่อดทน” แต่เป็นการ ตั้งคำถามกับระบบงานที่ไม่เป็นธรรม และกล้าตัดสินใจเพื่อชีวิตที่สมดุลกว่า


พฤติกรรมแบบไหนที่ทำให้ Gen Z ถูกมองว่า “หยิ่ง” หรือ “ไม่ให้เกียรติ”?

อีกข้อวิจารณ์คือ Gen Z มักพูดตรง ไม่อ้อมค้อม ไม่คล้อยตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุผล บางคนจึงตีความว่า “ก้าวร้าว” หรือ “ไม่เคารพผู้ใหญ่” ทั้งที่…

  • Gen Z เติบโตมากับการเข้าถึงข้อมูลมหาศาล จึงชินกับการ “ตั้งคำถาม” มากกว่าการ “ทำตาม”
  • พวกเขาเชื่อในความเท่าเทียม ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้านายหรือพนักงาน
  • ความเคารพของพวกเขา ไม่ใช่เพราะตำแหน่งหรืออายุ แต่เกิดจากการปฏิบัติต่อกันอย่างเป็นธรรม

นี่ไม่ใช่การหยิ่ง แต่คือการ เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม ไปสู่การสื่อสารแบบเปิดใจ


Gen Z ทำงานไม่เก่งจริงหรือ?

คำกล่าวหานี้ก็เป็นอีกมุมที่ต้องพิจารณาให้ดี เพราะความสามารถในการทำงานของ Gen Z ไม่ได้ด้อยกว่ารุ่นก่อนเลย เพียงแต่…

  • พวกเขาเน้น “ผลลัพธ์” มากกว่า “ชั่วโมงการทำงาน”
  • ถนัดเทคโนโลยี ใช้ AI ทำงานเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
  • ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น (flexibility) มากกว่าเวลาเข้างานเป๊ะ ๆ

หากองค์กรยังยึดติดกับระบบแบบเดิม ไม่เปิดใจให้กับแนวทางใหม่ ก็ย่อมรู้สึกว่า Gen Z “ไม่เข้าใจระบบ” ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ระบบนั้นอาจไม่ทันโลกแล้วต่างหาก


แล้ว Gen Z ต้องเปลี่ยนตัวเองไหม?

คำตอบคือ ทุกฝ่ายต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

  • Gen Z อาจต้องเข้าใจว่าความอาวุโสมีคุณค่าที่สังคมไทยยังยึดถือ
  • ขณะเดียวกัน รุ่นพี่ควรเปิดพื้นที่ให้ Gen Z แสดงออกอย่างเสรี
  • ที่สำคัญที่สุด สังคมควรเลิก “ตัดสิน” ใครจากรุ่นหรือพฤติกรรมบางช่วงเวลา แล้วหันมา “เข้าใจ” บริบทและเจตนา

หยุดตัดสิน แล้วเริ่มฟัง

การเข้าใจ Gen Z ไม่ได้แปลว่าเราต้องเห็นด้วยกับทุกอย่างที่พวกเขาทำ แต่เราควรเปิดใจให้กับความแตกต่าง เพราะความแตกต่างนั้นอาจนำไปสู่การพัฒนาสังคมที่เท่าเทียมและเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

ในโลกที่เปลี่ยนเร็วแบบนี้ สิ่งที่เราต้องมีให้กัน ไม่ใช่คำตัดสิน แต่คือ บทสนทนา ระหว่างรุ่น