ปล่อยปลานักล่าลงคลอง จ.นนทบุรี เร่งปราบปลาหมอคางดำ

จังหวัดนนทบุรี ระดมพลังชุมชนร่วมแรงร่วมใจจับปลาหมอคางดำบริโภคทุกวัน เดินหน้าปล่อยปลานักล่าให้ครบทุกลำคลอง ฟื้นความสมดุลระบบนิเวศของลำคลอง

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นางระวีพรรณ แก้วเพียวเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีให้ความสำคัญกับการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเข้มข้น โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน เพื่อควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในทุกลำคลอง

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ (18 ต.ค. 67) จังหวัดนนทบุรีจัดกิจกรรม “ปล่อยปลานักล่า (ปลากินเนื้อ)” ปล่อยปลานักล่ารวม 58,000 ตัว ลงสู่คลองบางคูเวียง ในอำเภอบางกรวย เพื่อควบคุมปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมปล่อยปลานักล่าครั้งที่สอง หลังจากเคยจัดกิจกรรมปล่อยปลานักล่าครั้งแรก (18 ก.ย. 67) จำนวน 70,000 ตัว ในคลองปลายบางเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา “การกำจัดและควบคุมปลาหมอคางดำในลำคลองจังหวัดนนทบุรี”

ไม่เพียงช่วยรักษาระบบนิเวศในลำคลองของจังหวัดนนทบุรีเท่านั้น ยังช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ที่มีลำคลองเชื่อมต่อกับจังหวัดนนทบุรีอีกด้วย

นางนิตยา รักษาราษฎร์ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง รักษาราชการแทนประมงจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีพบปลาหมอคางดำกระจายในทุกอำเภอ แต่ไม่ชุกชุม ที่ผ่านมาจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ในลำคลองต่าง ๆ สามารถจับปลาหมอคางดำออกจากลำคลองได้ประมาณ 210 กิโลกรัม

เพราะปลาหมอคางดำมักอาศัยอยู่ตามริมตลิ่ง และพื้นคลองส่วนใหญ่ขรุขระ มีตอและหินค่อนข้างมาก ทำให้ใช้อวน หรือแหได้ไม่สะดวก อุปกรณ์จับสัตว์น้ำที่มีประสิทธิภาพตามลำคลองในจังหวัดนนทบุรี คือ “ข่าย” ซึ่งสำนักงานประมงจังหวัดนนทบุรีได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านใช้เป็นเครื่องมือช่วยกันจับปลาหมอคางดำขึ้นมาเพื่อใช้บริโภคทุกวัน

ปัจจุบันปลาหมอคางดำถูกกำจัดจากคลองต่าง ๆ ในจังหวัดนนทบุรีวันละประมาณ 10-20 กิโลกรัม ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่จับได้นำไปบริโภคในครัวเรือน และสำนักงานประมงจังหวัดนนทบุรีได้เข้าร่วมโครงการสร้างแรงจูงใจในการนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกไปใช้ประโยชน์โดยการหมักปลาร้ากับกรมประมง เพื่อเป็นพื้นที่ที่ช่วยกำจัดปลาหมอคางดำจากจังหวัดอื่นที่มีการแพร่ระบาดหนาแน่น และเกิดประโยชน์กับกลุ่มเกษตรกรและชุมชนต่อไป และเป็นการกระตุ้นให้มีการจับปลาหมอคางดำมากขึ้น

หลังจากนี้ จังหวัดนนทบุรียังดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรการกรมประมง มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน “เจอ แจ้ง จับ” หากพบปลาหมอคางดำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและช่วยกันจับปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำโดยไม่ต้องรอ พร้อมทั้งมีแผนปล่อยปลานักล่าให้ครบทุกลำคลอง

โดยจะเน้นการปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด เช่น ปลาอีกง ปลาช่อน ปลากราย และปลากด ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่น พร้อมทั้งมีการสื่อสารขอความร่วมมือกับชุมชนไม่จับปลานักล่า เป็นระยะเวลา 2 เดือน หลังจากปล่อยเพื่อให้สามารถกำจัดปลาหมอคางดำขนาดเล็ก ๆ ที่อยู่ในลำคลองให้หมดไปอย่างยั่งยืน

ร่วมบูรณาการ

จังหวัดนนทบุรี และกรมประมงบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน เดินหน้ากำจัดปลาหมอคางดำอย่างเข้มแข็ง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยกันจับขึ้นมาปรุงเป็นมื้ออาหารทุกวัน วันละประมาณ 10-20 กิโลกรัม ตามแนวทางมาตรการในการแก้ไขในระยะเร่งด่วน ได้แก่

1.การควบคุมและกำจัดในทุกแหล่งน้ำที่พบการระบาด 2.การปล่อยปลานักล่า อาทิ ปลากะพงขาว ปลาอีกง ปลาช่อน ปลากราย เป็นต้น 3.การนำปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด 4. การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายในแหล่งน้ำธรรมชาติ และ 5.การประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกภาคส่วน

โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องมือจับปลาจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาปลานักล่าจากจังหวัดนนทบุรีและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ปล่อยปลานักล่าไปแล้ว 128,000 ตัว ลงใน 2 ลำคลองรักษาความสมดุลระบบนิเวศ พร้อมร่วมมือกับผู้นำชุมชนช่วยกันหาแนวทางใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำเพิ่มขึ้น เช่น ปลาร้า ปลาแดดเดียว เพื่อส่งเสริมการบริโภคเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติ

author avatar
CatchUp