ไทยเสี่ยงโดนสหรัฐฯ ขึ้นภาษีตอบโต้ 13% สูงสุดในอาเซียน

วิจัยกรุงศรี ประเมินว่าไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูก สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราภาษีสินค้าจากไทยสูงถึง 13% นับเป็นอัตราภาษีที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและภาคการผลิตของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวได้รับแรงกระแทกเพิ่มเติมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวลง 10-15% ในระยะสั้น

เศรษฐกิจไทยเดือนกุมภาพันธ์ได้แรงหนุนจากภาคส่งออก

รายงานจาก วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ได้รับแรงหนุนจากภาคส่งออกที่ขยายตัวในระดับสูงถึง 14% YoY อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในประเทศของภาคเอกชนเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนและการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลงสะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ อาจกระทบส่งออกไทย

ล่าสุด สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อไทยอาจจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ของไทยไปสหรัฐฯ คิดเป็นเพียง 1.6% ของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมด แต่คาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลให้การส่งออกของไทยลดลงจากกรณีฐาน -0.05%

นอกจากนี้ หากสหรัฐฯ เดินหน้าบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้กับประเทศที่เกินดุลการค้ากับตน ไทยมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับมาตรการนี้ โดยอัตราภาษีเฉลี่ยของไทยสูงกว่าสหรัฐฯ 5-6% และเมื่อรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% อาจทำให้ไทยถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้สูงถึง 13% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในอาเซียน

ผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวจากแผ่นดินไหว

สถานการณ์แผ่นดินไหวยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และ สมาคมโรงแรมไทย (THA) คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลง 10-15% ในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า หรืออาจมากกว่านั้น

มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล

รัฐบาลเตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อประคองการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว หลังจากที่การฟื้นตัวของ นักท่องเที่ยวจีน เป็นไปอย่างล่าช้า โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังพิจารณาโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในช่วง โลว์ซีซั่น (หลังเทศกาลสงกรานต์) คาดว่าจะมี 1 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐช่วยจ่าย 40% สำหรับเมืองหลัก และ 50% สำหรับเมืองรอง ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน นอกจากนี้ ยังมีแผนพิจารณาต่อมาตรการ ฟรีวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวจีน แต่ลดจำนวนวันพำนักจาก 90 วัน เหลือ 30 วัน

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี

แม้ว่าภาคส่งออกจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย แต่ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ อาจทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายในช่วงที่เหลือของปี การติดตามนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลและมาตรการตอบโต้จากสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ข้อมูล : prachachat