ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังกังวลพายุเฮอร์ริเคนในสหรัฐ กระทบการผลิตน้ำมัน
วันที่ 12 กันยายน 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลต่ออิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคน Francine ที่กำลังพัดขึ้นฝั่งในรัฐลุยเซียนา ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก หลัง 39% ของการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้หยุดชะงักลง
เนื่องจากหลายบริษัทได้ระงับการผลิตและอพยพบุคลากรออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน อีกทั้งคาดการณ์ว่าในสัปดาห์หน้าความรุนแรงของพายุดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านอ่าวเม็กซิโก
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 11 ก.ย. 2567 อยู่ที่ 67.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.56 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 70.61 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในเดือน ส.ค. 67 ปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 11.56 ล้านบาร์เรลต่อวัน และแตะระดับสูงสุดในรอบปี อย่างไรก็ตาม การนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ลดลงก่อนหน้านี้ เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวและความต้องการเชื้อเพลิงที่ลดลงเช่นกัน
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 6 ก.ย. 67 ปรับเพิ่มขึ้น 8.3 แสนบาร์เรล สู่ระดับ 419.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 9.8 แสนบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ในอินเดียมีแนวโน้มอยู่ในระดับดี ก่อนเข้าสู่เทศกาล Diwali ขณะที่อุปทานน้ำมันเบนซินทางฝั่งตะวันตกมีแนวโน้มตึงตัวขึ้นจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคน Francine
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในจีนอ่อนตัวจากเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต
ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติ
