“เอกนัฏ” รัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง เข้าสักการะองค์พระนารายณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ประชุมข้าราชการมอบนโยบาย จ่อตั้ง “กองทุนเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรม” ก่อนเดินทางลงจังหวัดระยอง ดูเหตุสารเคมีรั่วบริษัทวิน โพรเสส
วันที่ 11 กันยายน 2567 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นวันแรก และสักการะองค์พระนารายณ์ ไหว้ศาลพระภูมิ โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมให้การต้อนรับ
จากนั้นนายเอกนัฏได้เขียนคติเตือนใจในการทำงาน ก่อนที่จะหารือร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อซักซ้อมการทำงาน แลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำเสนอภาพรวมการดำเนินงาน
โดยนายเอกนัฏ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าภารกิจเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำคือการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาส เราต้องวางแผนให้ดี ปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี การดิสรัปชั่น และการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หลายเรื่องที่ต้องแก้ไขเพื่อช่วยอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) จำเป็นต้องมีกองทุนปฏิรูปอุตสาหกรรมช่วยเหลือ
โดยมีแนวคิดจัดตั้ง “กองทุนเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรม” แบบครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทย อัพสกิลผลิตแรงงานคุณภาพสูง ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยี บริหารจัดการค่าจับปรับด้านสิ่งแวดล้อมแบบไม่ต้องพึ่งพางบฯกลาง
“ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมมีกองทุนเยอะ มีภาระกิจหลากหลายที่ทับซ้อน แยกต่างกัน แต่ไม่มีการบูรณาการ ดังนั้นก็จะรวบรวมกองทุนต่าง ๆ เหล่านี้ รวมเป็นกองทุนเดียว พร้อมกำหนดภารกิจที่ชัดเจน โดยนำเงินจากกองทุนเหล่านี้มาใช้ในการปฏิรูปอุตสาหกรรม ถือเป็นอาวุธสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยเซฟอุตสาหกรรมไทยและปกป้อง SMEs”
ทั้งนี้ การปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย (Industrial Reform) เพื่อรับโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของโลกใน 3 พันธกิจสำคัญเร่งด่วน คือ 1.จัดการกากอุตสาหกรรมตกค้างทั้งระบบอย่างเข้มงวด 2.ปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากการทุ่มตลาด เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ที่รับผลกระทบจากการทะลักเข้าของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และยกระดับขีดความสามารถ SMEs ไทย
3.สร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้าง new S-Curve กับประเทศ ด้วยสินค้าเกษตรเทคโนโลยีสูง พลาสติกชีวภาพ โอลีโอเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง อุตสาหกรรมยานยนต์ EV ชิปเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
โดยเตรียมที่จะรื้อปรับปรุง กฎหมาย ก”กระทรวงที่เกี่ยวข้อง พร้อมผสานความร่วมมือกับภาคประชาชน เอกชน ท้องถิ่น และกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการงานให้สำเร็จตามเป้าหมายภายในระยะเวลาที่ชัดเจน
จากนั้นในช่วงบ่ายวันที่ 11 กันยายน นายเอกนัฏและคณะทีมงาน เดินทางลงพื้นที่ที่มีการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับสารเคมีรั่วไหลจากการลักลอบทิ้งและการจัดการไม่ถูกต้อง ของบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ที่ อ.บ้านค่าย จังหวัดระยอง
