ไทยยังครองแชมป์ผลิตและส่งออกแอร์อันดับ 2 ของโลก ด้าน กระทรวงพาณิชย์ ชี้เทรนด์สินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บีบผู้ประกอบการปรับตัวสู้ศึกการค้า ประกาศปักธง Net Zero emissions ในปี 2608 ในงาน Bangkok RHVAC 2024 และ Bangkok E&E 2024 โชว์ศักยภาพการเป็นผู้นำผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คาดทั่วโลกเข้าร่วมงานกว่า 10,000 ราย มูลค่าเจรจาการค้าทะลุ 4,500 ล้านบาท
วันที่ 4 กันยายน 2567 นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว ภายในงาน Bangkok RHVAC 2024 และ Bangkok E&E 2024 ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 2 ของโลก เช่นเดียวกับอุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไทยเป็นฐานการผลิตให้กับทั่วโลกเช่นกัน
ในขณะที่รัฐบาลได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริม ด้วยการขับเคลื่อนกิจกรรมขยายตลาดสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกระแสโลกเพราะอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานภายในประเทศสูงถึง 660,000 คน และยังเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจการค้าและการส่งออกของประเทศ
นอกจากไทยจะเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศอันดับที่ 2 ของโลกแล้ว ขณะเดียวกันยังเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกเครื่องทำความเย็นอันดับ 6 ของโลก
ดังนั้น ในงานแสดงสินค้า Bangkok RHVAC 2024 และ Bangkok E&E 2024 ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 4-7 กันยายน 2567 จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพและเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากทั่วโลก และยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของผู้ผลิตบริโภคทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกันในระดับสากล และในปีนี้ไฮไลต์ของงานจะเป็นการนำเสนอสินค้าที่สนองการค้าโลก นั่นคือการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยเองตั้งเป้าการไปสู่ Net Zero emissions ในปี 2608
“ตอนนี้เรื่องของการค้ามีกฎระเบียบไปใหม่เพิ่มเข้ามาทำให้สินค้าที่ผลิตขึ้นจำเป็นจะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับทั้ง 2 อุตสาหกรรมนี้ เขาพัฒนาและใช้นวัตกรรมเข้ามาเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งกับผู้บริโภคและการค้าในตลาดส่งออก เชื่อว่า 2 อุตสาหกรรมนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตที่สูงและก้าวกระโดดได้ในอนาคต”
สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ารวมกว่า 300 ราย จากทั้งไทย อาเซียน จีน ฮ่องกง เกาหลี อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ในงานมีทั้งแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำ ผู้ผลิตส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ ผู้ผลิตตู้เย็น ตู้แช่แข็ง ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบและก่อสร้างห้องเย็น ผู้ผลิตคอมเพรสเซอร์ในระบบทำความเย็น และผู้ผลิตควบคุมและอุปกรณ์ในระบบทำความเย็น ตลอดจนผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ
ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน อุปกรณ์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม เพาเวอร์ซัพพลาย ไฟฟ้ากำลัง อุปกรณ์ไอที ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ประกอบ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานจากทั่วโลกมากกว่า 10,000 ราย มูลค่าการเจรจาการค้าภายในงานรวมกว่า 4,500 ล้านบาท
นายณรัณ ศิริสันธนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และนายสุรเดช บุณยวัฒน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจะไปสู่ Net Zero emissions ในปี 2608 นั้นภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัวเพื่อพัฒนาสินค้า กระบวนการผลิตมาตลอด เพื่อให้ไทยยังคงรัษาการเป็นฐานการผลิตของโลกไว้
