กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่าน Soft Power ผลิตภัณฑ์ชุมชน DBD SMART Local พร้อมชู จุดขายสร้างรายได้ ให้แก่คนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
วันที่ 3 กันยายน 2567 นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ จ.พะเยา ระหว่างวันที่ 2-3 กันยายน 2567 ว่า กรม พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตให้ตลาดเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการชุมชน พร้อมยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน
รวมถึงการเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด SMART Local เพื่อสร้างจุดเด่นและความแตกต่าง สู่ภาพลักษณ์ Soft Power ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยที่ยั่งยืน
โดยเป้าหมาย กรมจะจัดกิจกรรม ‘เส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน’ ภายใต้โครงการ ‘กิจกรรมสร้าง Soft Power ผลิตภัณฑ์ชุมชน DBD SMART Local’ โดยออกแบบเส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ชุมชนในแต่ละพื้นที่จำนวน 3 เส้นทาง เส้นทางแรกคือ “พะเยา มีดี” เส้นทางที่ 2 “มหาสารคาม มีดี” และ เส้นทางที่ 3 “นครศรีธรรมราช มีดี”
ล่าสุดกรมลงพื้นที่ครั้งนี้ ตามเส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนเส้นทางแรก “พะเยา มีดี” เป็นการนำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นของ “วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมล้านนาสันปูเลย” ตำบลสันป้าม่วง อำเภอเมืองพะเยา ด้วยการนำไม้ไผ่และผักตบชวาในกว๊านพะเยา มาถักสานเป็นตะกร้าและกระเป๋าถือ เป็นการพัฒนาต่อยอดในการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคน ในชุมชนได้อย่างมีคุณค่า
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop เรียนรู้การสานปลาจากผักตบชวา ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อม ชิโบริอันสวยงามจาก “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง” ตำบลแม่อิง อำเภอภูกามยาว ชมผ้ามัดย้อม สีธรรมชาติที่ผสมผสานเทคนิคการสร้างลวดลายผ้าแบบญี่ปุ่นเข้ากับภูมิปัญญาย้อมผ้าของล้านนา และเพ้นท์ผ้าลายน้ำไหล
ต่อด้วยแวะชมผลิตภัณฑ์ข้าวก่ำล้านนาที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ณ “วิสาหกิจชุมชนไบโอแบล็ค” ตำบลพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน พร้อมลิ้มรสเมนูพื้นเมืองจากข้าวก่ำล้านนา ปิดท้ายด้วยกิจกรรมเยี่ยมชมแปลงนาข้าวก่ำ เรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ นอกจากการเข้าถึงแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนแล้ว ยังได้เรียนรู้ สัมผัส ทดลองและลงมือทำด้วยตัวเอง สามารถเข้าถึงแก่นของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ทรงคุณค่า
อย่างไรก็ดี เชื่อว่า จะสามารถเสริมสร้างศักยภาพทักษะการค้าให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับไปสู่การเป็นธุรกิจชุมชน ที่เข้มแข็ง และสามารถขยายช่องทางการตลาดแบบเดิมให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมเชื่อมโยงไปยังช่องทางการตลาดแบบใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นําไปสู่เสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการโดยส่วนใหญ่มีศักยภาพและมีความเข้มแข็งพอ ที่จะถูกผลักดันให้ไปสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ มีหลากหลาย มีความพร้อม อีกทั้งยังมีตลาดรองรับ หากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน จากหน่วยงานภาครัฐ เชื่อว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่ม รายได้ให้กับชุมชนได้
