ธรรมนัส รมว.เกษตรฯ เรียกประชุมทุกหน่วยงานในสังกัด ติดตามสถานการณ์อุทกภัย 23 จังหวัดกับสู่ภาวะปกติ สั่งฟื้นฟู หลังน้ำลด พร้อมสั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าช่วยเหลือเยียวยาต่อไป กรมชลประทาน เร่งระบายน้ำท่วมเมืองพะเยา ฝนถล่มกว่า 500 มม. ล่าสุด 16 จังหวัด ยังอ่วม
วันที่ 2 กันยายน 2567 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมสถานการณ์อุทกภัยและฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด ปี 2567 โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม
โดยที่ประชุมได้มีการรายงานปริมาณฝนสะสมปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 29 ส.ค. 67 จำนวน 981.4 มม. ต่ำกว่าค่าปกติ -33.1 มม. คิดเป็น -3% และปริมาณฝนสะสมช่วงฤดูฝนปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. – 29 ส.ค. 67 มีปริมาณฝน 800.1 มม. สูงกว่าค่าปกติ +91.9 มม. คิดเป็น +13%
ขณะที่ปริมาณน้ำเก็บกักอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั่งประเทศ 470 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย. 67) มีปริมาณน้ำ 47,805 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 63% สามารถรับน้ำได้อีก 28,532 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำคาดการณ์ 1 พ.ย. 67 คาดว่าจะมีน้ำเก็บกัก 59,355 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 84%
โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 – ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย. 67) โดยปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 23 จังหวัด และยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยอีก 16 จังหวัด 64 อำเภอ
แบ่งเป็น ด้านพืช มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ทั้งข้าว พืชไร่พืชผัก และไม้ผลไม้ยืนต้น รวม 758,376.80 ไร่ เกษตรกร 121,708 ราย ด้านประมง พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ ทั้งบ่อปลา บ่อกุ้ง รวม 10,514.25 ไร่ กระชัง 80,806.50 ตารางเมตร เกษตรกร 13,107 ราย ด้านปศุสัตว์ จำนวนสัตว์ได้รับผลกระทบ ทั้งโค กระบือ สุกร แพะ/แกะ และสัตว์ปีก รวม 3,290,033 ตัว แปลงหญ้า 2,476.55 ไร่ เกษตรกร 54,026 ราย
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้า ทั้งในเรื่องการสนับสนุนอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตั้งแต่วันที่ 23 – 30 ส.ค. 67 รวม 17,490 ชุด และช่วยเหลือเครื่องมือเครื่องจักรแล้ว 646 หน่วย แบ่งเป็น เครื่องสูบน้ำ 533 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 50 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 7 คัน เครื่องจักรอื่น ๆ 56 หน่วย
รวมถึงอพยพสัตว์ 230,305 ตัว รักษาสัตว์ 7,082 ตัว ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 11,641 ซอง ถุงยังชีพสัตว์ 45 ถุง หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 100,565 กิโลกรัม รวมถึงจัดชุดเฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ เรือตรวจการประมง ช่วยนำส่งเสบียงอาหารและน้ำดื่ม และซ้อมเครื่องยนต์ เครื่องจักรการเกษตร ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดยบูรณาการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ เพื่อประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ พร้อมเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป
ในวันเดียวกันนี้ กรมชลประทาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมกว๊านพะเยา หลังเจอฝนตกหนักติดต่อกันตลอด 1 สัปดาห์ วัดปริมาณฝนสะสมได้มากกว่า 500 มิลลิเมตร (มม.) ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งกว๊านพะเยาเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ คาด 2-3 วันนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดพะเยา ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา วัดปริมาณฝนสะสมได้มากกว่า 500 มม. ส่งผลให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่กว๊านพะเยา ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมกว๊าน โครงการชลประทานพะเยา ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมประมง และจังหวัดพะเยา เร่งระบายน้ำด้วยการยกบานประตูระบายน้ำของประมงทั้งหมด พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 5 เครื่อง เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำอิง ส่งผลให้ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม สถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติใน 2-3 วันนี้
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ เข้าไปสนับสนุนคลี่คลายปัญหาอุทกภัย อาทิ รถแบ็คโฮบูมยาว กำจัดวัชพืชกีดขวางทางน้ำบริเวณฝายน้ำอิงลูกที่ 4 การบรรจุถุงบิ๊กแบ๊คและกระสอบทราย เพื่อเสริมคันกั้นน้ำบริเวณด้านท้าย ปตร.ของประมง เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งเพิ่มเติม
ทั้งนี้ หากระดับน้ำลดลงแล้ว โครงการชลประทานพะเยา จะจัดส่งรถบรรทุกน้ำและเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชน เพื่อฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือน สถานที่ราชการ และถนนหนทางต่างๆ ต่อไป
