สุโขทัยเริ่มคลี่คลาย นายกอิ๊งค์ฯ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กำลังใจ

สุโขทัยเริ่มคลี่คลาย นายกอิ๊งค์ฯ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม 4,000 ชุด

วันที่ 30 สิงหาคม 2567 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่ จ.สุโขทัย พร้อมมอบถุงยังชีพให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมี นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายบุญธรรม ปานเปี่ยมโภช รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายไชยวัฒน์ กำทอง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ณ ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ก่อนจะไปติดตามแผนงานปรับปรุงคลองยม-น่าน ที่ปตร.คลองหกบาท อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำ จ.สุโขทัย เริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มลดลง ระดับน้ำในระบบชลประทานต่ำกว่าตลิ่งแล้ว ส่วนจุดที่มีพื้นที่น้ำท่วมขังที่ยังไม่สามารถระบายออกได้ ปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบอยู่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สวรรค์โลก อ.ศรีนคร และ อ.ศรีสำโรง

กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 16 เครื่อง และขุดเปิดทางน้ำเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนลงสู่ลำน้ำให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า อีกจำนวน 6 เครื่อง เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและเตรียมระบายน้ำรองรับฝนที่ยังคงตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้นำกระสอบทรายและถุงบิ๊กแบ็คมาวางเสริมแนวริมตลิ่งในจุดที่เปราะบาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติม พร้อมติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนนี้

ส่วนด้านท้ายของตัวเมืองสุโขทัยบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำยม มวลน้ำที่เอ่อล้นจากคันกั้นน้ำที่แตกตามจุดต่าง ๆ ปริมาณน้ำได้ไหลอ้อมตัวเมืองผ่านระบบคลองทางไม้ และได้ทำการหน่วงน้ำไว้ที่ทุ่งทะเลหลวงก่อนจะนำเข้าไปเก็บไว้ที่ทุ่งปากพระ ซึ่งเป็นพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่ ปัจจุบันเกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ สามารถรองรับมวลน้ำได้ประมาณ 400 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในอนาคตหากระดับน้ำในแม่น้ำยมลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถใช้แก้มลิงแห่งนี้ระบายน้ำลงสู่ระบบลำน้ำแม่น้ำยม เพื่อใช้รองรับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งต่อไป

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังได้บูรณาการร่วมกับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบถุงยังชีพ อาหาร และน้ำดื่ม รวมกว่า 4,000 ชุด เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและหาแนวทางช่วยเหลือในระยะต่อไป

ปกป้องพื้นที่กรุงเทพฯ กรมชลประทานเตรียมรับช่วงฤดูฝน พร่องน้ำคลองสาขาเจ้าพระยา

กรมชลประทานเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน พร่องน้ำคลองสาขา พื้นที่ฝั่งตะวันออกเจ้าพระยา ปกป้องพื้นที่กรุงเทพฯ

วันที่ 30 สิงหาคม 2567 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาอธิบดี กรมชลประทาน และนายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก โดยมี นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 นายเฉลิมพล ทองน้อย ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษาและผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ด้วยการพร่องน้ำในคลองสาขาต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น พร้อมวางแผนรับน้ำจากทางตอนบนเข้าคลองเหนือ-ใต้ (คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองระพีพัฒน์ คลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลองระบายน้ำ13 คลองพระองค์ไชยานุชิต) ระบายลงสู่คลองชายทะเลและสูบน้ำออกสู่อ่าวไทย และทำการตัดยอดน้ำทางแนวคลองออก-ตก (คลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองหกวา คลองบางขนาก) ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง

ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมชลประทาน ได้ดำเนินการพร่องน้ำในพื้นที่นอกเขตกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมรองรับปริมาณฝนที่จะตกในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งวางแผนระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำคลองหกวาสายล่าง สถานีสูบน้ำหนองจอก สถานีสูบน้ำประเวศบุรีรมย์ ลงคลองพระองค์ไชยานุชิต เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

2 รมต.ประจำสำนักนายกฯ ลุยเชียงราย สั่งเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมจับตาฝน ก.ย.นี้

ในวันเดียวกันนี้ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก พร้อมพบปะและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ ณ โรงเรียนปางหัดสหศาสตร์ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และบ้านต้านาล้อม ต.ต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย

หลังจากนั้น ประชุมติดตามความก้าวหน้าการฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการเสนอแผนงานการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาพื้นที่ได้รับผลกระทบ ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย

นายจักรพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย เกิดขึ้นจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน ส่งผลให้ช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ จนเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ พื้นที่การเกษตรและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ นอกจากนี้ ยังเกิดดินโคลนสไลด์และต้นไม้ล้มทับกีดขวางการจราจรหลายแห่ง โดยมีพื้นที่ประสบภัย 15 อำเภอ 65 ตำบล 583 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 18,309 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้ว แต่คาดการณ์จะมีฝนตกเพิ่ม จึงยังคงต้องเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

ส่วนการให้ความช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าสำรวจความเสียหายและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน สนับสนุนถุงยังชีพ ยารักษาโรค รถผลิตน้ำ และการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

“การลงพื้นที่ในวันนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันในการเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง จัดที่พักหรือศูนย์พักพิงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่ชาวบ้านไม่สามารถกลับเข้าไปพักอาศัยได้ จนกว่าจะฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม ” นายจักรพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานทหารช่าง ส่งกำลังสนับสนุนในการซ่อมแชมบ้านเรือนประชาชน หน่วยงานด้านสาธารณสุขดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการฟื้นฟูและให้การช่วยเหลือพื้นที่ เพื่อเสนอขอรับงบประมาณโดยเร่งด่วนต่อไป

ด้าน ดร.สุรสีห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ หรือ สสน. ได้คาดการณ์ฝน One Map พบว่า ฝนจะตกเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.นี้ และอาจมีพายุจรพัดผ่านเข้ามาทางพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่ง สทนช. ได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 67 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพร่องน้ำออกจากแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ เพื่อเตรียมพื้นที่ในการรองรับมวลน้ำที่จะมาเพิ่ม และเป็นการบรรเทาผลกระทบให้กับพื้นที่ด้านท้ายน้ำ นอกจากนี้ จะต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ให้เพียงพอสำหรับใช้ในฤดูแล้งหน้าด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ จ.เชียงราย จำนวน 1,019 แห่ง มีปริมาตรน้ำรวมกันอยู่ที่ 91 ล้าน ลบ.ม. หรือ 62%

สำหรับแผนงานบูรณาการด้านน้ำในพื้นที่ จ.เชียงราย มีโครงการบริหารทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 67 และกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 67/68 ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้วจำนวน 83 โครงการ วงเงินกว่า 373 ล้านบาท ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำได้ 5.48 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พื้นที่ได้รับประโยชน์ 9,386 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 1,100 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 5,966 ครัวเรือน เช่น อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง ระยะ 1 ต.ทานตะวัน อ.พาน, โครงการขุดลอกหนองแซะอง บ้านปล้องส้าน หมู่ 8 ต.ปล้อง อ.เทิง, โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย เป็นต้น

ส่วนแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ งบ 67 จำนวน 36 โครงการ วงเงินกว่า 932 ล้านบาท ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำได้ 12.1348 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 44,960 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 11,155 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 7,397 ครัวเรือน เช่น โครงการพัฒนาแก้มลิงเวียงหนองหล่มพร้อมอาคารประกอบ โครงการชลประทานเชียงราย ต.จันจว้า อ.แม่จัน, ประตูระบายน้ำและอาคารประกอบ โครงการประตูระบายน้ำและอาคารประกอบบ้านแก่นเจริญ ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ, ก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนแม่ฟ้าหลวง ระยะที่ 2 อ.เมืองเชียงราย เป็นต้น

อรรถกร ลุยน้ำท่วม หนองคาย มอบถุงยังชีพช่วย กำชับ เฝ้าระวังผลกระทบแม่น้ำโขง

ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดหนองคาย ณ โครงการชลประทานหนองคาย ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้เกิดระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณแม่น้ำโขง เอ่อล้นตลิ่งท่วมถนนและพื้นที่การเกษตรที่อยู่ริมแม่น้ำโขง พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้าน บริเวณชุมชนจอมมณี เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย

สำหรับสถานการณ์น้ำจังหวัดหนองคาย จากข้อมูลของศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2567 รายงานว่า ระดับน้ำแม่น้ำโขงในพื้นที่อำเภอเมืองหนองคายสูงประมาณ 12.57 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 37 เซนติเมตร โดยเกิดภัยตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2567 ประสบภัย 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ท่าบ่อ อ.เฝ้าไร่ อ.โพนพิสัย อ.รัตนวาปี อ.ศรีเชียงใหม่ และ อ.สังคม

ด้านการดำเนินการ สำนักงานปศุสัตว์หนองคายดำเนินการอพยพสัตว์ (โค) สู่ที่ปลอดภัย และได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือพืชอาหารสัตว์แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ หญ้าจำนวน 200 ฟ่อน (4,000 กิโลกรัม) ขณะที่ผลกระทบด้านการเกษตร ดังนี้ ด้านพืช พื้นที่ได้รับผลกระทบ 5011.75 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 4,893 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 111.75 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 7 ไร่ ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 119 ราย สัตว์ตาย/สูญหาย 12,798 ตัว แบ่งเป็น โค 418 ตัว กระบือ 182 ตัว สุกร 713 ตัว ไก่พื้นเมือง 6,792 ตัว ไก่ไข่ 4,500 ตัว เป็ดเนื้อ 163 ตัว แปลงหญ้า 30 ไร่

ทั้งนี้ โครงการชลประทานหนองคาย สำนักชลประทานที่ 5 ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และได้เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือรองรับสถานการณ์ พร้อมทั้ง ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำ ให้ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และกลุ่มผู้ใช้น้ำได้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ลงพื้นที่แจกข้าวกล่องร่วมกับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า จัดตั้งโรงครัวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอีกด้วย