กระแสข่าวลือนอกใจระหว่าง “โตโน่ ภาคิน” และ “ณิชา ณัฏฐณิชา” ปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อคลิปเก่าที่นักแสดงหนุ่มยืนเคียงข้างหญิงสาวปริศนาในงานอีเวนต์กลับมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการขุดคุ้ยประเด็นสัมพันธ์ซ้อน แม้ผู้จัดการส่วนตัวจะออกมาชี้แจงว่าคลิปดังกล่าวเป็นเรื่องในอดีตและมีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะของฝ่ายหญิง แต่การที่ทั้ง “โตโน่” และ “ณิชา” ยังไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ยังไม่มีบทสรุป

คลิปวิดีโอที่ถูกโพสต์โดยเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “อี เสี้ยม SS.2” เผยให้เห็น “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ร่วมงานกับหญิงสาวคนหนึ่งภายในศูนย์การค้า โดยมีการระบุว่า ทั้งสองพบกันในงานเมื่อปี 2567 ขณะฝ่ายหญิงทำหน้าที่เป็น MC และ โตโน่ เป็นแขกรับเชิญ หลังจบงาน โตโน่ ได้ขอคอนแทคเพื่อชักชวนมาทำงานร่วมกันในโปรเจกต์อื่น
แม้เพจดังกล่าวจะระบุว่าในขณะนั้นไม่มีพฤติกรรมที่เกินเลย แต่ด้วยช่วงเวลาที่คลิปถูกนำมาเผยแพร่และเชื่อมโยงกับกระแสข่าวลือเรื่องการนอกใจในปัจจุบัน ยิ่งทำให้เกิดกระแสจับตาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้มีเพจบันเทิงอีกแห่งเผยข้อมูลเกี่ยวกับ “ดารานักร้องชายภาพลักษณ์ดี” ที่อาจนอกใจแฟนสาว พร้อมแนบคลิปจากกล้องหน้ารถ โดยไม่ระบุชื่อ แต่หลายคนเชื่อมโยงไปยังคู่ของ โตโน่ และ ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ที่คบหากันมายาวนานกว่า 8 ปี
ด้าน “เมษ์ นลินธรณ์” ผู้จัดการส่วนตัวของโตโน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยืนยันว่า โตโน่ เคยสนิทกับหญิงสาวที่มาทำงานเป็น “ผู้ช่วยรายวัน” ในช่วงที่เธอพักฟื้นหลังผ่าตัด โดยฝ่ายหญิงระบุว่าไม่มีแฟน ทำให้ โตโน่ เข้าใจผิดเรื่องสถานะ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว จึงยุติความสัมพันธ์ทันที
ผู้จัดการส่วนตัวยังกล่าวว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น แม้ โตโน่ และ ณิชา ยังไม่ได้เลิกรา แต่ก็อยู่ในสถานะ “ห่างกัน” เพื่อปรับจูนความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม จุดที่สังคมตั้งข้อสังเกตก็คือ การที่ทั้งคู่เพิ่งปรากฏตัวร่วมกันในงานอีเวนต์เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีโมเมนต์หวานให้แฟนคลับได้ชื่นใจ
กระแสดราม่ากลับปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อ โตโน่ และ ณิชา ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงสถานะความสัมพันธ์ ทำให้ประเด็นนี้ยังคงถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้เกิดการคาดเดาจากทั้งแฟนคลับและสื่อ
วิเคราะห์สถานการณ์สื่อและภาพลักษณ์ดารา
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของสื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งการนำคลิปหรือข้อมูลเก่ากลับมาเผยแพร่ในจังหวะที่ประเด็นข่าวกำลังร้อนแรง สามารถจุดกระแสและสร้างความเข้าใจใหม่ในสังคมได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีข้อเท็จจริงใหม่ปรากฏ
สำหรับ โตโน่ การเลือกที่จะ “เงียบ” ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ อาจส่งผลกระทบต่อ “แบรนด์ส่วนตัว” ที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของผู้ชายอบอุ่น ลูกกตัญญู และศิลปินที่ยึดมั่นในคุณค่าครอบครัว
ส่วนในมุมของความสัมพันธ์กับ ณิชา การปล่อยให้สถานการณ์คลุมเครือ โดยไม่มีการสื่อสารหรือชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา อาจทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งคู่เผชิญความเสี่ยงในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่แฟนคลับมีบทบาทในการปั้นและรักษาภาพลักษณ์ของศิลปิน
ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากทั้ง โตโน่ และ ณิชา จึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามความคืบหน้าจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
