เปิด 5 เหตุผลที่นวัตกรรมยั่งยืนช่วยอสังหาฯ ไม่ให้ตกขบวนในยุคที่เปลี่ยนแปลง

การปรับตัวของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (CRE) ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการตอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่เป็นการนำกลยุทธ์นวัตกรรมยั่งยืนมาปรับใช้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความอยู่รอดท่ามกลางความท้าทายต่างๆ อาทิ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงในด้านกฎระเบียบ ESG (Environmental, Social, Governance) สำหรับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ การลงทุนในนวัตกรรมสีเขียวจึงไม่เพียงแต่เป็นทางเลือก แต่ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบที่จำเป็นสำหรับบริษัท CRE ที่ต้องการเติบโตในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

1. ลดต้นทุนพลังงานและการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการทำความร้อน การทำความเย็น และการควบคุมอากาศ แต่นวัตกรรมสีเขียว เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสามารถช่วยลดต้นทุนดังกล่าวได้ อีกทั้งการใช้มาตรการเหล่านี้ยังช่วยให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์สามารถพึ่งพาพลังงานทดแทนได้มากขึ้น รวมถึงการได้รับประโยชน์จากเครดิตภาษีการลงทุน (ITCs) ตามพระราชบัญญัติลดเงินเฟ้อ (IRA) ซึ่งสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้มากขึ้นอีกด้วย

2. ก้าวนำการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ESG ในขณะที่กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมกำลังเข้มงวดขึ้น บริษัท CRE ที่เริ่มใช้มาตรการยั่งยืนตั้งแต่วันนี้จะสามารถรับมือกับข้อกำหนดการรายงานที่เข้มงวดในอนาคตได้ เช่น กฎหมายใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนียที่บังคับให้บริษัทต่างๆ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG บริษัทที่สามารถปฏิบัติตามได้รวดเร็วจะลดความเสี่ยงและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดได้มากขึ้น

3. เพิ่มมูลค่าและความสามารถในการตลาดของทรัพย์สิน นวัตกรรมยั่งยืนสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอาคารที่มีการรับรองความยั่งยืน เช่น การมีคุณสมบัติในการรับรอง BREEAM หรือ NABERS ซึ่งในบางตลาด เช่น ลอนดอน ซิดนีย์ และเมลเบิร์น ได้รับการรายงานว่าอาคารที่ได้รับการรับรองสีเขียวมีราคาขายเพิ่มขึ้น 8-18% เมื่อเทียบกับอาคารที่ไม่มีการรับรอง นอกจากนี้ บริษัท CRE ที่สามารถเสนอสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังดึงดูดผู้เช่าและนักลงทุนได้มากขึ้น

4. ลดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและภูมิอากาศ ด้วยการนำเทคโนโลยีเช่น ไมโครกริด ระบบกักเก็บพลังงาน และแผงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ บริษัท CRE สามารถลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทรัพย์สินและความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น อาคารที่ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานยังสามารถทำงานต่อไปได้แม้ในสถานการณ์พายุเฮอริเคนหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

5. ความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลง ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง การนำเสนอสถานที่ทำงานที่มีความยั่งยืนและประหยัดพลังงานช่วยให้บริษัท CRE สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าและนักลงทุนได้ดียิ่งขึ้น การที่ผู้เช่าหรือผู้ลงทุนเห็นคุณค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยเพิ่มความน่าสนใจและทำให้บริษัทเหล่านั้นสามารถเรียกเก็บค่าเช่าพรีเมียมได้ในระยะยาว โดยรายงานจาก CIM และ AFIRE เผยว่า 41% ของผู้บริหารพร้อมที่จะจ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้น 10-14% สำหรับพื้นที่สำนักงานสีเขียว

ข้อมูล / ภาพ : thansettakij