ระบบขนส่งมวลชนอย่างรถเมล์ มีปัญหามาช้านาน ปัญหาใหญ่สุดเลยก็คือจำนวนของรถที่ไม่สัมพันธ์กับจำนวนประชากรอย่างสิ้นเชิง
ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการรถต่อเที่ยวมากเกินไป อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ก็คือถนนสายหลักที่มีแค่ 8% ของถนนทั้งหมด รวมถึงใช้การแก้ปัญหาด้วยการสร้างทางพิเศษขึ้นมาแทนที่จะสร้างถนนสายรอง และเก็บเงินค่าใช้บริการทางจากประชาชน ทางด่วนในบางเส้นเป็นการผลาญงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ ภาระทั้งหมดก็เลยตกมาอยู่ที่ประชาชนแบบเต็มๆ ส่วนรถร่วมเอกชนก็สนแต่การวิ่งรถเพื่อธุรกิจเป็นหลัก ทั้งคุณภาพรถ ความปลอดภัยในการขับขี่ การวางแผนเส้นทางเดินรถที่ครอบคลุมทั่วพื้นที่ จึงไม่ได้เป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจมากเท่าไหร่
ต้นเหตุหลักๆของนรกบนถนนทั้งหลายทั้งปวงนี้อยู่ที่การให้สิทธิ์กับนายทุนในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในแต่ละพื้นที่มาตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรมมาเป็นกึ่งอุตสาหกรรมโดยที่ไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้ในการจัดระเบียบของระบบขนส่งมวลชนโดยรวมมาตั้งแต่แรก หากจะตั้งคำถามกันให้ตรงประเด็น ก็อยากจะทราบว่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลแก้ปัญหาโดยตรงในเรื่องนี้ เคยได้ทำงานอย่างจริงจัง กับทางผังเมืองหรือนายทุนที่ได้รับสัมปทานในการเดินรถร่วม, รถตู้, รถแท็กซี่, วินมอเตอร์ไซค์, รถไฟฟ้า ไปจนถึงเรือด่วนและการคมนาคมในรูปแบบอื่น ๆ ในการวางแผนหรือปรับปรุงเส้นทางการเดินทางในทุกรูปแบบให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเมล์ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด เพราะปัญหาของรถเมล์ที่มีมานานก็คือ การมีรถเมล์หลายสายที่วิ่งทับซ้อนเส้นทางเดียวกันมากเกินไป ซึ่งนอกจากทับซ้อนกันแล้วก็ยังไม่ต่อเนื่องกันอีกด้วย ภาระจึงตกมาที่ประชาชนที่ต้องเสียเงินต่อรถกันให้วุ่นวาย
ทางกทม.เพิ่งจะมีการดำเนินการให้สัมปทานนายทุนในการเดินรถ 77 เส้นทางของรถร่วมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ซึ่งผลปรากฏว่ารถเมล์สาย 8 ที่วิ่งระหว่างเส้นแฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธมานานถึง 90 ปีไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากมีเส้นทางซ้อนทับกับรถเมล์สายอื่น โดยแผนปฏิรูปรถเมล์นี้ทางบริษัทเดินรถเมล์สาย 8 จะฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนการปฏิรูปรถโดยสารประจำทางทั้งหมด ทั้งนี้เป็นเพราะไม่เป็นไปอย่างไม่โปร่งใสและมีความเป็นไปได้สูงว่ามีการทุจริตซึ่งเกิดผู้มีอิทธิพลและเม็ดเงินที่รัฐได้ในการขอสัมปทาน
เมื่อมองถึงจุดนี้รถเมล์สาย 8 จึงไม่ควรที่จะเป็นสายที่ถูกยกเลิก เพราะระยะทางการวิ่งครอบคลุมหลายเส้นทาง แต่ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกที่รถเมล์ที่วิ่งในระยะทางที่สั้นกว่าหลายสายยังคงวิ่งได้อยู่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้รับสัมปทานมาได้ และเมื่อได้รับสัมปทานมาแล้วก็ไม่มีการวางแผนการเดินรถจากส่วนกลางซึ่งก็คือกระทรวงคมนาคมให้มีการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลสภาพรถที่เกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพย่ำแย่ไปจนถึงการดูแลเรื่องพนักงานขับรถหลายคันและหลายสายที่อาจจะพาผู้โดยสารไปยังสัมปรายภพมากกว่าปลายทาง
เมื่อรัฐเห็นความสำคัญของผู้มีอำนาจและเม็ดเงินมากกว่าความสะดวกในการเดินทางของประชาชน การปฏิรูประบบขนส่งมวลชนก็เป็นไปได้แค่เพียงลมปากเท่านั้น การแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วนในการแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนก็คือการประชุมหารือกันระหว่างรัฐและนายทุนผู้ขอสัมปทานในเรื่องเส้นทางการเดินรถในทุกประเภท ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ กระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งเข้ามาทำก่อน
ทุกวันนี้การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆด้วยการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนก็เหมือนการเสี่ยงดวง เป็นการพนันอย่างหนึ่ง กล่าวคือวันนี้จะไปทำงานทันหรือเปล่า จะต้องรอรถเมล์นานแค่ไหน จะต้องเปลี่ยนรถเพราะรถเสียกลางทางหรือเปล่า รถไฟจะเสียเวลาเท่าไหร่ คนขับจะพาไปถึงที่หมายหรือจะพาไปตายตรงไหน และอื่นๆ ทั้งหมดนี้ต้องย้อนกลับมาถามรัฐว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งคือการทุจริตที่เป็นต้นเหตุของปัญหาจริงๆเสียที และเมื่อไหรที่ประชาชนจะได้เห็นภาพรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม นายทุนที่ได้สัมปทานการเดินรถและพนักงานการเดินรถตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับล่างมาทำงานร่วมกันให้ประชาชนได้เห็นเป็นบุญตาเสียที
